พบกับ Ledger Nano™ Gen5 อุปกรณ์ลงนามที่ทันสมัยที่สุด

ดูเพิ่มเติม

วิธีและช่วงเวลาที่เหมาะสมในการขายบิตคอยน์และคริปโต

อ่าน 8 นาที
ระดับเริ่มต้น
เหรียญหมุนเป็นวงกลม
ประเด็นสำคัญ:
— การตัดสินใจขายบิตคอยน์หรือคริปโตอื่น ๆ ควรอิงตามเป้าหมายทางการเงิน วงจรตลาด และความเสี่ยงที่คุณรับได้

— การขายสินทรัพย์ดิจิทัลของคุณเนื่องจาก FOMO (Fear Of Missing Out) หรือเพราะตื่นตระหนก อาจทำให้ขาดทุนหนักได้ การใช้กลยุทธ์แบบมีระบบช่วยให้คุณจัดการพอร์ตได้อย่างมีวินัยและมีเหตุผล

— การขายคริปโตมีผลทั้งด้านภาษีและการจัดการพอร์ตอีกด้วย หากเข้าใจประเด็นเหล่านี้ก่อนตัดสินใจ โดยเฉพาะในช่วงตลาดผันผวนหรือภาวะแพนิค จะช่วยรักษากำไรและลดความเสียใจภายหลัง

ในโลกคริปโต การรู้ว่าควรขายเมื่อไรซับซ้อนกว่าแค่ การใช้เทคนิค ‘ซื้อถูก ขายแพง’ อย่างเดียว นอกจากนี้ คุณยังต้องรู้วิธีขาย BTC หรือสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น ๆ ที่คุณถือครองอยู่ด้วย เพราะคริปโตเป็นตลาดใหม่ มีความแตกต่าง และผันผวน นักลงทุนจึงควรใช้กลยุทธ์อย่างรอบคอบ

การพยายามจับจังหวะตลาดใด ๆ นั้นไม่เกิดประโยชน์ แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีกลยุทธ์บางอย่างที่พิสูจน์แล้วว่าได้ผลดีเมื่อต้องตัดสินใจขายคริปโตของคุณ การวางแผนการขายคริปโตควรอิงกับเป้าหมายการเงิน สภาพตลาด และความเสี่ยงที่คุณยอมรับได้ ไม่ใช่ตามแรงกระตุ้นหรือความผันผวนชั่วคราว

ซึ่งหมายถึงการรู้ว่าควรใช้กลยุทธ์ใดในการขาย หรือรู้ว่าควรตัดสินใจขาย BTC หรือสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น ๆ เมื่อไร ถือเป็นสิ่งสำคัญ

วันนี้เราจะมาเจาะลึกหลักการและกลยุทธ์สำคัญในการตัดสินใจขายคริปโต โดยอ้างอิงข้อมูลเชิงสถิติและหลักการลงทุนตามปัจจัยพื้นฐาน

การตัดสินใจขายบิตคอยน์และคริปโต: ทำความเข้าใจเป้าหมายการลงทุนของคุณ

ก่อนจะหาจังหวะขายคริปโต สิ่งสำคัญคือการมั่นใจว่าช่วงเวลาการขายเหล่านั้นสอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินของคุณ

ทุกการลงทุนต้องมีเป้าหมายเป็นรากฐาน และคริปโตก็เช่นเดียวกัน

หากไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน คุณอาจเสี่ยงต่อการตัดสินใจโดยใช้อารมณ์เป็นหลัก และในทุกตลาด การตัดสินใจด้วยอารมณ์มักเพิ่มความเสี่ยงขึ้นไปอีก

  • เช่น สมมติว่านักลงทุนซื้อคริปโตโดยมีเป้าหมายเฉพาะเจาะจงคือการเก็บออมเพื่อเป็นเงินดาวน์ซื้อบ้าน สร้างกองทุนสำหรับเกษียณ หรือกระจายพอร์ตการลงทุน เมื่อสินทรัพย์มีมูลค่าถึงระดับหนึ่งที่ตรงตามวัตถุประสงค์นั้นแล้ว อาจถึงเวลาที่ควรขาย โดยไม่ต้องสนใจความผันผวนระยะสั้นของตลาด

การขายทำกำไรเมื่อถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้จะช่วยให้การลงทุนของคุณบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งใจไว้ และทำให้คุณไม่หลุดโฟกัสจากเป้าหมายการเงินหลักของคุณอีกด้วย

ในอดีต นักลงทุนคริปโตที่ประสบความสำเร็จมักจะขายคริปโตเมื่อบรรลุเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ นักลงทุนที่ซื้อบิตคอยน์ในช่วงราคาตกในปี 2017 และขายในปี 2021 สามารถทำกำไรได้เป็นอย่างมาก เช่น การลงทุนซื้อบิตคอยน์ด้วยจำนวนเงิน 1,000 USD ในช่วงต้นปี 2017 ซึ่งใช้เงินซื้อประมาณ 963 USD นั้นมีมูลค่ามากกว่า 62,000 USD ในปี 2021 ในปัจจุบัน เมื่อราคาบิตคอยน์นั้นสูงกว่า 100,000 USD การลงทุนนี้จะมีมูลค่ามากกว่า 103,800 USD สำหรับนักลงทุน

วัฏจักรคริปโต: ตัดสินใจออกให้ถูกเวลา

ในโลก Web3 ราคามักพุ่งสูงในช่วงตลาดกระทิง และร่วงแรงในช่วงตลาดหมี และเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นบ่อยจนพอจะสังเกตได้ การรับรู้รอบตลาดและเข้าใจมุมมองนักลงทุน เป็นวิธีที่ดีในการหากลยุทธ์การขายที่เหมาะสมที่สุด

  • ในช่วงตลาดขาขึ้น การทยอยขายเพื่อล็อกกำไรนั้นถือเป็นแนวทางที่เหมาะสม ตลาดที่อยู่ในภาวะร้อนแรงเกินไป ก็มีโอกาสที่ราคาจะถูกประเมินเกินจริง การขายบางส่วนของพอร์ตออกไปก่อนในช่วงเวลาเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถล็อกกำไรได้ก่อนที่ตลาดจะมีการปรับฐาน ต้องจำไว้ว่า การคาดการณ์อย่างแม่นยำว่าตลาดว่าจะถึงจุดสูงสุดเมื่อใดนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
  • ในทางกลับกัน ช่วงตลาดหมีที่ราคาดิ่งลง ความเชื่อมั่นมักเป็นลบ คุณจึงควรกลับมาทบทวนกลยุทธ์การลงทุนของคุณกับสินทรัพย์นั้น ๆ เช่นกัน การขายด้วยความตื่นตระหนกอาจทำให้คุณพลาดโอกาสฟื้นตัวของตลาดในอนาคต

วิธีขายบิตคอยน์และคริปโต

บทความนี้เราได้รวบรวมกลยุทธ์และเทคนิคบางส่วนที่คุณสามารถใช้เพื่อเรียนรู้วิธีการขาย BTC และสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น ๆ โดยขึ้นอยู่กับพอร์ตการลงทุนแและจุดที่คุณอยู่บนเส้นทางการเงิน

กลยุทธ์ที่ดีที่สุดในการขายบิตคอยน์และคริปโต

คริปโตเป็นสินทรัพย์ที่ค่อนข้างใหม่และมีความผันผวนสูง ตลาดตอบสนองต่อข่าวลือและข่าวสารอย่างรวดเร็ว มีทั้งคนที่กลัวตกรถ (FOMO), คนที่พยายามปลอบใจตัวเองหลังจากขาดทุนหนัก (Copium), คนที่หวังสูงเกินจริง (Hopium), คนที่ขายจากความตื่นตระหนก (Panic Selling) และคนที่โดนทีมนักพัฒนาคริปโตโกง (Rug Pull) จากปัจจัยเหล่านี้ นักลงทุนมักวางกลยุทธ์เหมือนการเล่นเกมเสี่ยงดวง

การใช้กลยุทธ์ที่มีวินัยและยึดตามกฎที่กำหนดไว้จะช่วยให้คุณลดผลกระทบจากอารมณ์ และสร้างมูลค่าได้จริงในระยะยาว

การกำหนดกลยุทธ์ขายคริปโตล่วงหน้าทำให้คุณตัดสินใจบนพื้นฐานของเหตุผลและเป้าหมาย ไม่ใช่ตามกระแสตลาดชั่วคราว

กฎ 2x

ถึงแม้การจับจังหวะตลาดอย่างแม่นยำจะทำไม่ได้จริง กลยุทธ์ง่าย ๆ คือขายเงินลงทุนเริ่มต้นเมื่อมูลค่าเพิ่มขึ้นสองเท่า (หรือทำกำไรตามเป้าที่ตั้ง เช่น 30%) และปล่อยส่วนที่เหลือให้ทำงานต่อ

แนวทางนี้ช่วยล็อกกำไรและรับประกันว่าคุณจะไม่สูญเสียเงินลงทุนตั้งต้นหากตลาดปรับตัวลง นักลงทุนจำนวนมากได้ใช้ "กฎ 2x" อย่างมีประสิทธิภาพ

เช่น การขายบิตคอยน์ 50% หลังจากที่ราคาเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป เงินลงทุนเริ่มต้นใน BTC ก็จะยังคงปลอดภัย และคุณจะได้รับผลกำไรบางส่วน

หากคุณเป็นเจ้าของอุปกรณ์ Ledger คุณสามารถเลือกใช้วิธีการจัดการสินทรัพย์ได้สองสามวิธี

การลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน (DCA)

การลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน (DCA) หมายถึง การซื้อคริปโตในจำนวนน้อย ๆ อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งสามารถนำไปใช้กับการขายได้เช่นกัน การซื้อแบบ DCA หมายถึง การลงทุนด้วยจำนวนเงินที่กำหนดไว้ในสินทรัพย์ เช่น คริปโต เป็นระยะ ๆ โดยไม่สนใจราคาขณะนั้น

เช่น คุณอาจตัดสินใจลงทุน 500 USD ทุกเดือนในบิตคอยน์ ไม่ว่าราคาจะเป็น 30,000 USD, 60,000 USD หรือแม้แต่ 100,000 USD ก็ตาม การทยอยขาย DCA ทำงานในลักษณะเดียวกัน แต่ในทิศทางตรงกันข้าม คุณเลือกที่จะขายคริปโตบางส่วนออกไปเรื่อย ๆ แทนการซื้อแบบต่อเนื่อง แนวทางพื้นฐานคือการขายคริปโตในสัดส่วนที่กำหนดเป็นระยะ ๆ อย่างต่อเนื่อง

แทนที่จะขายพอร์ตทั้งหมดในครั้งเดียว การขายแบบ DCA คือ การทยอยขายคริปโตตามจำนวนหรือเปอร์เซ็นต์ที่กำหนดไว้ในแต่ละช่วงเวลา กลยุทธ์นี้ช่วยลดความเสี่ยงจากการขายผิดจังหวะ และช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา ในตลาดคริปโต เหตุเล็กน้อยที่ทำให้ราคาดิ่งลงเกิดขึ้นบ่อย และการขายผิดเวลาอาจทำให้คุณขาดทุนเกินคาด ซึ่งขึ้นอยู่กับจุดที่คุณเข้าซื้อ

หากคุณคิดจะใช้กลยุทธ์นี้ ควรพิจารณาราคาเข้าและออกในช่วงที่ตลาดมีเสถียรภาพมากกว่านี้ แม้ DCA (ทั้งซื้อและขาย) จะถูกออกแบบมาเพื่อรับมือความผันผวน แต่การเริ่มใช้กลยุทธ์ในช่วงที่ตลาดค่อนข้างนิ่งสามารถช่วยลดความเครียดได้ดี

เช่นเดียวกับการทำ DCA ตอนเข้าซื้อที่ช่วยเฉลี่ยราคาขึ้นลงจนได้ราคาเฉลี่ยที่ดีกว่า การทยอยขายแบบ DCA ก็ให้ผลลัพธ์แบบเดียวกัน จริง ๆ แล้วคุณสามารถทยอยขาย DCA ในลักษณะนี้ได้บนแอป Ledger Wallet โดยไปที่ส่วน ‘ผู้ให้บริการ’ ในแอป Ledger Wallet และเลือก Mercuryo หรือ BTC Direct จากนั้นเปิดแอปที่คุณเลือก เลือกตัวเลือก ‘Recurring Purchases’ (การซื้อต่อเนื่อง) แล้วไปที่ ‘Sell’ (ขาย) จากนั้นคุณสามารถเลือกความถี่ที่คุณต้องการขายคริปโต และจำนวนที่คุณต้องการถอนออกมาเป็นเงินสดได้

ด้วยการเชื่อมต่อของระบบ Ledger การซื้อคริปโตโดยอัตโนมัติผ่านแอป Ledger Wallet จึงเป็นเรื่องง่ายและปลอดภัยกว่าที่เคย ฟีเจอร์อันทรงพลังนี้ช่วยให้คุณตั้งค่าการซื้อประจำสำหรับคริปโตยอดนิยม เช่น Bitcoin, Ethereum, Solana และ Ripple ได้ทั้งหมดภายในแพลตฟอร์มเดียวอย่างปลอดภัย

แม้คุณจะพยายามจับจังหวะตลาดให้เป๊ะ แต่การขายแบบ DCA จะช่วยลดความเสียดายจากการขายผิดเวลาได้ ในตลาดที่มีความผันผวนสูงอย่างคริปโต การทยอยขายจะช่วยให้คุณไม่โลภมากเกินไปในช่วงที่ราคาพุ่งขึ้น หรือไม่หวาดกลัวมากเกินไปในช่วงที่ราคาตก

การทำกำไร

วลีที่คุณจะได้ยินบ่อย ๆ ในแวดวงคริปโตคือ “Always TP” (ขายทำกำไรเสมอ เมื่อถึงราคาเป้าหมาย) นั่นหมายความว่า อย่ากลัวที่จะขายโทเคนหากคุณได้กำไร ไม่ว่าคนอื่น ๆ ที่เหลือในวงการคริปโต (เช่น ใน Twitter) หรือเพื่อนของคุณจะพูดอะไรก็ตาม

การมีกำไรไม่ได้แปลว่าต้องรีบขายทันที แต่สิ่งที่เห็นบ่อยคือ นักลงทุนไม่ค่อยเสียใจที่ขายทำกำไร แต่กลับเสียใจเมื่อโลภและถือครองนานเกินไป

เล่นต่อโดยใช้กำไร ไม่แตะทุน (Play with House Money)

หนึ่งในกลยุทธ์ที่ได้ผล คือ การขายเพื่อเอาเงินลงทุนตั้งต้นออกมาก่อน และปล่อยกำไรที่เหลือให้เติบโตต่อ ซึ่งเรียกวิธีการนี้ว่า ‘เล่นต่อโดยใช้กำไร ไม่แตะทุน’ (Play with House Money) สมมติว่าคุณซื้อ 500 XRP ในราคา 1 USD และราคาของโทเคนก็เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า การขาย 250 XRP ในตอนนี้ คุณจะได้เงินลงทุนเดิม 500 USD คืน และส่วนที่เหลือถือว่าเป็น “เงินฟรี” ที่สามารถปล่อยให้วิ่งต่อได้ การขายเพื่อคืนทุนเดิมจะทำให้คุณไม่ต้องกังวล เพราะสุดท้ายคุณก็จะได้กำไรออกมาแน่นอน

วิธีการขายออกแบบอัตโนมัติ

การตั้งระบบขายออกอัตโนมัติเป็นหนึ่งในแนวทางที่จะช่วยให้คุณยึดตามแผนที่วางไว้ การตั้งคำสั่ง Limit หรือ Trailing Stop-Loss ช่วยให้คุณกำหนดเงื่อนไขตลาดที่แน่นอนในการขายคริปโตออกได้

เมื่อระบบถูกตั้งค่าเรียบร้อย คุณก็สามารถปล่อยให้ตลาดกำหนดเองว่าจะขายทำกำไรเมื่อถึงเป้าหมาย หรือขายขาดทุนเล็กน้อยเมื่อตลาดปรับตัวลง ตัวเลือกเหล่านี้รวมถึงการตั้งค่า:

  • คำสั่ง Limit Order: วิธีนี้ช่วยให้คุณสามารถกำหนดราคาขายคริปโตได้อย่างเฉพาะเจาะจง เมื่อราคาตลาดถึงหรือเกินราคาเป้าหมาย คำสั่งซื้อจะดำเนินการโดยอัตโนมัติ และจะสามารถล็อกกำไรตามที่ต้องการ
  • คำสั่ง Trailing Stop-Loss Order: กลไกนี้ช่วยปรับราคาขายอัตโนมัติเมื่อราคาตลาดเพิ่มขึ้น เพื่อรักษากำไรและป้องกันการขาดทุนจากการปรับฐาน คุณสามารถเลือกที่จะตั้งค่าให้ติดตามราคาตลาดด้วยเปอร์เซ็นต์หรือจำนวนเงินที่กำหนด จะทำให้ระบบขายออกเมื่อราคาลดลงถึงเกณฑ์ที่ตั้งไว้
  • การขายโดยอิงจากตัวชี้วัดทางเทคนิค: เทรดเดอร์ที่มีความชำนาญมักใช้การคำนวณจากสัญญาณต่าง ๆ เช่น ราคา ปริมาณ หรือ จำนวนคู่สัญญาที่เปิดอยู่ ข้อมูลเหล่านี้สามารถช่วยในการคาดการณ์แนวโน้มตลาดและระบุโอกาสในการขายได้ แม้การวิเคราะห์เชิงลึกจะเกินขอบเขตของคู่มือนี้ แต่ตัวชี้วัดยอดนิยม ได้แก่ Relative Strength Index (RSI), Moving Averages (MA), Bollinger Bands, and MACD (Moving Average Convergence Divergence)

การปรับสมดุลพอร์ตการลงทุน

การปรับพอร์ตเป็นระยะมีความสำคัญต่อการรักษาความหลากหลายและการจัดการพอร์ตที่มีประสิทธิภาพ คริปโตนั้นมีความผันผวนสูงมาก ซึ่งหมายความว่าการถือครองเพียงเล็กน้อยของคุณอาจเติบโตอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นสัดส่วนที่ใหญ่ของพอร์ตการลงทุนโดยรวมได้ การปรับสมดุลคือการขายสินทรัพย์คริปโตบางส่วนเพื่อให้พอร์ตการลงทุนกลับไปสู่สัดส่วนเป้าหมายเดิม

เช่น หากราคาบิตคอยน์พุ่งสูงขึ้นและคิดเป็น 70% ของพอร์ตการลงทุน คุณอาจต้องการขาย BTC บางส่วนเพื่อให้สัดส่วนกลับมาอยู่ในระดับที่สมดุลมากขึ้น เช่น 50% วิธีนี้ไม่เพียงแต่ช่วยบริหารความเสี่ยง แต่ยังช่วยล็อกกำไรจากสินทรัพย์ที่มีผลการดำเนินงานดีเยี่ยมอีกด้วย

ในปี 2020 ราคาบิตคอยน์พุ่งสูงขึ้นจาก 7,000 USD เป็น 63,000 USD การปรับพอร์ตด้วยการขายบิตคอยน์บางส่วนในช่วงนี้ช่วยให้นักลงทุนลดความเสี่ยงจากความผันผวน แต่ยังคงได้กำไร

วิธีไม่ให้ตกเป็นเหยื่ออารมณ์เมื่อต้องขายคริปโตและบิตคอยน์

ตลาดคริปโตมีแนวโน้มที่จะเกิดความผันผวนของราคาอย่างรุนแรง และความผันผวนนี้อาจนำไปสู่การตัดสินใจทางอารมณ์ เช่น FOMO (Fear Of Missing Out) หรือการขายแบบตื่นตระหนกในช่วงที่ราคาตก กุญแจสำคัญในการหลีกเลี่ยงกับดักเหล่านี้ คือ การยึดมั่นในแผนที่วางไว้ กำหนดกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนเกี่ยวกับช่วงเวลาที่ควรขาย และเมื่อบรรลุเงื่อนไขเหล่านั้นแล้ว ให้ดำเนินการขายโดยไม่ต้องลังเล

การใช้แนวทางที่เป็นระบบจะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงอารมณ์ที่ผันผวนซึ่งอาจนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาดได้

การเทรดตามอารมณ์ถูกพิสูจน์แล้วว่ามีผลลบต่อผลการลงทุน จากการศึกษาของ Dalbar พบว่าโดยเฉลี่ยแล้วนักลงทุนทั่วไปให้ผลตอบแทนต่ำกว่าตลาดถึง 4% ต่อปี ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากปฏิกิริยาทางอารมณ์ในช่วงที่มีความผันผวน

แม้ว่าการวางแผนจะเป็นสิ่งสำคัญ แต่การปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ก็สำคัญไม่ต่างกัน ตลาดคริปโตเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และข้อมูลใหม่หรือการเปลี่ยนแปลงของตลาดอาจทำให้คุณต้องปรับกลยุทธ์ของคุณ

คริปโตเป็นตลาดที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เช่นในปี 2021 เมื่อจีนประกาศมาตรการปราบปรามการขุดคริปโต ราคาของบิตคอยน์ก็ลดลงอย่างรวดเร็ว แต่ก็ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วเมื่อนักขุดย้ายไปที่ภูมิภาคอื่น ผู้ลงทุนที่ปรับตัวทันต่อการเปลี่ยนแปลง ก็จะสามารถผ่านความผันผวนของตลาดไปได้

ข้อควรพิจารณาด้านภาษี

ปัจจัยหนึ่งที่มักถูกมองข้ามแต่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการขายคริปโตคือ การทำความเข้าใจผลกระทบทางภาษี ในหลายประเทศ การขายคริปโตถือว่าเป็นธุรกรรมที่ต้องเสียภาษี โดยจะเรียกเก็บจากกำไรจากการขายหลักทรัพย์ อัตราภาษีขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่คุณถือครองสินทรัพย์ และในบางเขตอำนาจศาล คุณจะต้องเสียภาษีสำหรับกำไรระยะสั้นในอัตราที่สูงกว่า (โดยทั่วไปสำหรับสินทรัพย์ที่ถือครองน้อยกว่าหนึ่งปี) มากกว่าการถือครองระยะยาว

เช่น ในสหรัฐอเมริกา กำไรจากการขายหลักทรัพย์ระยะสั้นจะถูกเก็บภาษีในอัตราภาษีเงินได้ปกติ ซึ่งอาจสูงถึง 37% อย่างไรก็ตาม กำไรจากการขายหลักทรัพย์ระยะยาวสำหรับสินทรัพย์ที่ถือครองไว้มากกว่าหนึ่งปีจะถูกเก็บภาษีในอัตราที่ต่ำกว่า ทั้งนี้ โดยทั่วไปอยู่ระหว่าง 0% ถึง 20% ขึ้นอยู่กับรายได้ของแต่ละคน

ดังนั้น หากคุณซื้อบิตคอยน์ในราคา 5,000 USD และขายได้ในราคา 50,000 USD หลังจากถือครองไว้หนึ่งปี โดยกำไร 45,000 USD จะถูกนำไปเสียภาษีในฐานะกำไรจากการขายหลักทรัพย์ระยะยาว ซึ่งจะทำให้มีอัตราภาษีที่ต่ำกว่าอย่างมากเมื่อเทียบกับการขายในระยะสั้น ความแตกต่างนี้อาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อกำไรสุทธิหลังหักภาษี

ช่วงเวลาที่คุณไม่ควรขายบิตคอยน์และคริปโต

เราได้พูดถึงช่วงเวลาที่ควรขายคริปโตไปแล้ว แต่แล้วช่วงเวลาที่ ไม่ควร ขายบ้างล่ะ? ตัวอย่างหนึ่งคือเมื่อเกิดภาวะตลาดร่วงฉับพลัน (Flash Crash) ส่งผลให้ราคาสินทรัพย์ทุกประเภทตกลงอย่างหนัก สิ่งนี้อาจทำให้ตลาดอยู่ในภาวะ “ขายมากเกินไป” (Oversold) ได้ โดยปกติแล้ว ราคาของคริปโตจะฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อยหลังจากความผันผวนครั้งแรกผ่านพ้นไปแล้ว เช่น ความขัดแย้งระดับโลกครั้งใหญ่ โรคระบาด หรือสงครามภาษี ตลาดอาจดิ่งลงชั่วคราว

ส่วนใหญ่แล้ว การขายคริปโตหลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่การตัดสินใจที่ดี ในภาวะผันผวน ตลาดมักตอบสนองด้วยอารมณ์ นักลงทุนจำนวนมากจึงขายตามกระแส เพราะบรรยากาศมีแต่ FUD (ความกลัว ความไม่แน่ใจ และความสงสัย)

วิธีคิดที่ใช้ในการขายเมื่อราคาตลาดขึ้นและได้กำไร ควรใช้เช่นกันเมื่อราคาตลาดลง ไม่ว่าสถานการณ์และผลการดำเนินงานของพอร์ตการลงทุนของคุณจะเป็นอย่างไรก็ตาม ให้หลีกเลี่ยง FOMO (Fear Of Missing Out) และอย่าเทขายแบบตื่นตระหนกเด็ดขาด กลับกัน ให้วางแผนแล้วทำตามแผนนั้นให้ได้ การใช้หลักการเหล่านี้ทำให้การขายคริปโตง่ายและเป็นธรรมชาติเหมือนการซื้อ

สรุป: การขายคริปโตอย่างมีเหตุผลและรอบคอบ

โดยสรุปแล้ว การรู้ช่วงเวลาที่ควรขายคริปโตต้องอาศัยการวางแผนเชิงกลยุทธ์ ความเข้าใจในตลาด และการควบคุมอารมณ์หลีกเลี่ยงการเทรดโดยหวังจับจังหวะตลาดได้เป๊ะ ๆ แต่ควรยึดเป้าหมายของการเงินส่วนตัว ดูวัฏจักรของตลาด และใช้กลยุทธ์แบบมีระบบ เช่น DCA, คำสั่ง Stop-loss และการตั้งเป้าหมายกำไร ทำความเข้าใจผลกระทบทางภาษีและทำการปรับสมดุลเพื่อบริหารความเสี่ยง

หากคุณทำตามแผน ไม่ปล่อยให้อารมณ์ครอบงำ และมีความยืดหยุ่น คุณจะสามารถรับมือกับตลาดคริปโตที่ผันผวนได้อย่างมั่นใจ อย่าลืมว่า การตัดสินใจขายคริปโตเป็นเรื่องส่วนบุคคล ควรสอดคล้องกับเป้าหมาย ความสามารถในการรับความเสี่ยง และแผนการเงินระยะยาว

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการขายคริปโต

ฉันควรขายบิตคอยน์ของฉันหรือไม่?

บิตคอยน์เป็นสกุลเงินคริปโตที่มีมูลค่าตลาดสูงสุด และมักใช้เป็นตัวบ่งชี้ทิศทางหรือสถานะของตลาด ณ จุดใดจุดหนึ่ง การขายบิตคอยน์ถือเป็นการตัดสินใจทางการเงินของแต่ละบุคคล ซึ่งขึ้นอยู่กับหลายองค์ประกอบ ทั้งสถานะทางการเงินในปัจจุบัน และแนวทางการบริหารพอร์ตคริปโตที่เลือกใช้ เมื่อพิจารณาขายบิตคอยน์ สิ่งสำคัญคือต้องชั่งน้ำหนักระหว่างศักยภาพการเติบโตในอนาคตกับความต้องการทางการเงินในปัจจุบัน ตลอดจนความสามารถในการรับความเสี่ยงของคุณ

การถอนคริปโตออกมาเป็นเงินจากต้องเสียภาษีหรือไม่?

การถอนคริปโตออกมาเป็นเงิน เช่น การแปลงเป็นสกุลเงินทั่วไป เช่น USD หรือ EUR ถือเป็นธุรกรรมที่ต้องเสียภาษีในประเทศส่วนใหญ่ เนื่องจากถือเป็นการจำหน่ายสินทรัพย์ หน่วยงานภาษีส่วนใหญ่ถือว่าคริปโตเป็นทรัพย์สิน ไม่ใช่สกุลเงิน ดังนั้นเมื่อคุณแปลงเป็นเงินสด จะถือว่ามีกำไรหรือขาดทุนตามส่วนต่างระหว่างจำนวนเงินที่ได้รับกับต้นทุนที่คุณจ่ายไป

กำไร/ขาดทุนจากคริปโตจะถูกเก็บภาษีอย่างไร?

เมื่อคุณขายสินทรัพย์เป็นเงินสกุลทั่วไปหรือสวอปเป็นอีกคริปโตหนึ่ง ถือเป็นธุรกรรมที่ต้องเสียภาษี จะมีการคำนวณกำไรหรือขาดทุนจากส่วนต่างระหว่างราคาขายและต้นทุน หากคุณขายคริปโตแล้วขาดทุน คุณสามารถนำเงินที่ขาดทุนนั้นไปหักล้างกับกำไรที่ได้รับเพื่อลดภาระภาษีของคุณได้ มิฉะนั้น คุณจะต้องเสียภาษีจากกำไรที่ทำได้ ซึ่งในประเทศอย่างสหราชอาณาจักรถือว่าเป็นภาษีกำไรจากทุน (Capital Gains)

จะขายคริปโตได้ที่ไหน?

คุณสามารถขายคริปโตให้กับผู้ซื้อรายอื่นโดยตรงผ่านมาร์เก็ตเพลสแบบ P2P หรือผ่านเกตเวย์ทั่วไป ที่เชื่อมต่อไว้กับ Exchange, วอลเล็ตต่าง ๆ และแอป Ledger Wallet


แหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

ติดตามข่าวสาร

สามารถติดตามประกาศได้ทางบล็อกของเรา ติดต่อฝ่าย PR:
[email protected]

สมัครรับจดหมายข่าวของเรา

เหรียญใหม่ที่รองรับ อัปเดตบล็อก และข้อเสนอสุดพิเศษส่งตรงถึงกล่องจดหมายของคุณ


ระบบจะใช้ที่อยู่อีเมลของคุณเพื่อส่งจดหมายข่าว ข้อมูลอัปเดต และข้อเสนอต่าง ๆ เท่านั้น คุณสามารถยกเลิกการสมัครรับข่าวสารได้ทุกเมื่อโดยใช้ลิงก์ที่อยู่ในจดหมายข่าว เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่เราจัดการข้อมูลและสิทธิของคุณ